การตรวจวัดแรงดันที่รั่ว

มีการวัดค่า Δp/Δt ที่สำคัญอยู่ 2 แบบ คือ ระบบค่าสมบูรณ์ และระบบค่าความต่าง ทั้ง 2 แบบมีวงจรการตรวจสอบตามขั้นตอนพื้นฐาน 3 ขั้น คือ Filling การบรรจุ ซึ่งจะใช้แรงกดอากาศภายในเพื่อทดสอบรังผึ้ง หรือส่วนภายใน, Settlement การประกอบตัว คือการใช้การจัดการให้มีปริมาณอากาศหรือก๊าซตามที่กำหนด และ ทดสอบคือการตรวจสอบซึ่งถูกวิเคราะห์จากการวัดค่าเมื่อมีแรงดันเปลี่ยนไปตามลำดับจนถึงระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้ในขณะนั้น ๆ ระบบค่าสมบูรณ์ ดูได้จาก FIG.1 เป็นทฤษฏีที่ใช้กันมากที่สุดในการวัดค่า

ระบบค่าความต่าง ดูได้จาก FIG 2 ในปัจจุบันมักใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีความไวในการรับรู้ที่เท่ากัน ในขณะที่มีแรงดันต่างกัน หรือเมื่อมีกระบวนการตรวจสอบที่ใช้แรงดันสูง (>20 Bar) ถึงแม้ต่อมาเราจะรู้ว่าในบางกรณีใช้ระบบinterceptionจะได้ผลดีกว่าก็ตาม การเพิ่มแรงดันทำให้มีการเรียนในแง่มุมต่าง ๆ มากขึ้น
ระบบจะกำหนดตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้:
- ความเปลี่ยนแปลงของอากาศ
- ความแน่นอนของอากาศ
- การเพิ่มของแรงดัน
- หน่วยวัดที่ต่ำ
- การทดสอบที่ยาว
- การเสียหายเครื่องมือ
เราสามารถนำ FIG. 2 มาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง 2 ระบบ และพิจารณาความแตกต่างของแอพพิเคชั่นในมุมเดียวกัน ซึ่งใช้ในส่วนของชิ้นงานที่ไม่มีอากาศและการทดสอบชิ้นงานง่ายในการทำความเข้าใจระหว่างการทกสอบครั้งแรกและครั้งต่อๆไปเราจะดูจากชิ้นงานที่เป็นมาตรฐานจะทำการตั้งค่าให้ได้ผลที่ใกล้กับ”0”มากที่สุดเนื่องจากมีการแทนค่าโดยใช้การเปรียบเทียบค่านี้เองทุกครั้งที่ใช้ทดสอบ
ยิ่งกว่านั้นในการพิจารณาในระบบอื่นๆ อาจใช้ค่า Δp/Δt ไม่เหมือนกัน ในความเป็นจริงระบบที่สมบูรณ์ ในเครื่องมือวัดบางเครื่องจะใช้การตรวจเช็คจากความต่างของแรงดัน ฉะนั้นการตรวจสอบเบื้องต้นที่จะใช้สัดส่วนในการพิจารณาจะใช้สัดส่วนที่ 1:0,8 ถึง 1:0,1 ระหว่างค่าที่ได้กำหนดในการตรวจสอบและค่าการวัดที่แตกต่างในการกำหนดค่าที่ได้กำหนดในการวัดมีระเอียดจะกำหนดไว้ที่ 0,8 – 0,1 mb/s เป็นค่าพื้นฐานความแตกต่างของระบบแต่ไม่ได้หมายความว่าค่าที่แตกต่างจากนี้ระบบจะไม่ถูกต้องแต่ความหมายที่ง่ายค่าที่แตกต่างนั้นจะขึ้นอยู่ในแต่ละชนิดแต่ในความจริงค่าต่างๆจะพิจารณาจากการติดตั้ง